หลังจากเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตัวแทนจากไทยที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการของ AFC ทั้งสองทีมคือ บุรีรัมย์ยูไนเต็ด และชลบุรีเอฟซี (ชื่อย่อ บ.ช. ในชื่อเอนทรี่ก็คือชื่อทีมทั้ง 2 นี่แหละ) นั้นได้เล่นในเอเอฟซีแชมเปียนลีกส์ และเอเอฟซีคัพตามลำดับ ผมจึงได้ลงมือเขียนซีรีย์ชุดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นข้อมูลเล็กๆน้อยๆ แก่ท่านผู้อ่านที่จะเดินทางไปเชียร์ทีมรักทั้ง 2 ทีมนี้ยังต่างประเทศ โดยผมจะขอจะเริ่มจากย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเมืองแรกที่ชลบุรีจะต้องออกไปเยือนในการพบกับย่างกุ้งยูไนเต็ด วันที่ 7 มีนาคมนี้
 
ย่างกุ้ง
 
ရန်ကုန်
 
 
ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อเดิม : ตะโกง (Dagon), ร่างกุ้ง (Rangoon อ่านว่า แรงกูน เป็นชื่อที่อังกฤษเรียกในสมัยอาณานิคม)
ประเทศ : สหภาพเมียนมาร์ 
ภาคการปกครอง : ย่างกุ้ง (Yangon Region)
ระบบการปกครอง : คณะกรรมธิการพัฒนาเมืองย่างกุ้ง (Yangon City Development Committee [YCDC]) 
นายกนครามนตรี : นายพลจัตวา ลา มะยิง (เข้ารับตำแหน่ง 6 เมษายน พ.ศ.2554)
ก่อตั้ง : ปลายพุทธศตวรรษที่ 16 โดยชาวมอญ
อายุ : ≈ 950 ปี
สถานภาพเมืองหลวง : พ.ศ.2395 (สมัยบริติชพม่า) และถูกถอนสถานภาพเมืองหลวงเมื่อ พ.ศ.2551
พื้นที่ : 374,062 ไร่ 2 งาน (598.5 ตร.กม.)
พลเมือง : 4,384,000 คน
ความหนาแน่น : 11.7 คน/ไร่ (7,261.8 คน/ตร.กม.)
ภาษาที่ใช้ : ภาษาพม่า, ส่วนภาษาที่ใช้ติดต่อกับราชการสำหรับชาวต่างชาติคือ ภาษาอังกฤษ (ชนชั้นกลางขึ้นไปจะใช้ภาษาอังกฤษได้ดี)
 
 
ย่างกุ้ง
(ย่านดาวทาวน์ของย่างกุ้ง จะสามารถเห็นพระเจดีย์สูเลซึ่งเป็นศูนย์กลางของตัวเมือง)
 
 
ย่างกุ้งเป็นอดีตเมืองหลวงของพม่า แต่ยังคงเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของพม่าในปัจจุบัน และเป็นศูนย์รวมของประเทศในด้านต่างๆ จะเว้นก็เสียแต่ด้านการปกครองที่ย้ายจากย่างกุ้งไปยังกรุงเนปิดออย่างเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ.2551
 
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่สวยงาม มีกลิ่นอายแบบอังกฤษที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของพม่าอย่างลงตัว และยังมีสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนามากมาย โดยสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือพระมหาเจดีย์ชเวดากอง
 
ประวัติความเป็นมา
 
ย่างกุ้ง
(สภาพย่างกุ้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2)
 
เดิมย่างกุ้งเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงของพวกมอญที่ก่อตั้งราวตอนปลายของพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งในขณะนั้นอาณาจักรมอญยังคงเรืองอำนาจอยู่ทางตอนใต้ของประเทศพม่าในปัจจุบันนี้ โดยชื่อที่พวกมอญเรียกคือ ดากอง (ผมสันนิษฐานว่าน่าจะตรงกับคำไทยว่า ตะกอน ที่หมายถึง ดินตะกอนปากแม่น้ำ) แต่พม่าออกเสียงเป็น ตะโกง
 
ต่อมาใน พ.ศ.2298 เมื่อพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา (หรือราชวงศ์คองบอง) ได้ทรงเข้ายึดเมืองตะโกงจากพวกมอญ และพระราชทานนามให้ใหม่ว่า "ยางกอง" หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงพัฒนาให้ย่างกุ้งกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของอาณาจักรในการติดต่อค้าขายกับพวกตะวันตก
 
เมื่อจักรวรรดิอังกฤษขยายอิทธิพลเข้าสู่พม่าในรัชสมัยของพระเจ้าจักกายแมง (รัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์อลองพญา) ได้เกิดสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ขึ้นในปี พ.ศ.2367-2369 ในระหว่างสงครามนี้อังกฤษได้ใช้ย่างกุ้งเป็นฐานทัพเรือในการบุกเข้าโจมตีพม่าตอนใน หลังสงครามพม่าจึงได้ย่างกุ้งและดินแดนปากแม่น้ำย่างกุ้ง-พะโคคืนมา ด้วยการจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามถึง 2 ล้านปอนด์ ซึ่งในขณะนั้นนับว่ามากจนทำให้เงินในท้องพระคลังพม่าหมดเกลี้ยงเลยทีเดียว
 
พ.ศ.2395 ผลจากการแพ้ของพม่าในสงครามอังกฤษ-พม่าครั้งที่ 2 ทำให้ดินแดนพม่าตอนล่างถูกยึดครองโดยจักรวรรดิอังกฤษ และได้กลายเป็นเมืองหลวงของบริติชพม่า ซึ่งทำให้ย่างกุ้งได้รับการวางผังเมืองที่ดี และสถาปัตยกรรมการก่อสร้างอาคารจากอังกฤษ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ทันสมัยและสวยงามที่สุดของอุษาคเนย์ในขณะนั้น และเมื่อพม่าประกาศอิสระภาพจากอังกฤษใน พ.ศ.2491 ย่างกุ้งก็ยังคงเป็นเมืองหลวงของพม่าอยู่จวบจนกระทั่งมีการย้ายเมืองหลวงไปยังกรุงเนปิดอในปี พ.ศ.2551 นับเป็นเวลาถึง 156 ปีที่ย่างกุ้งครองสถานภาพการเป็นเมืองหลวงของพม่า
 
สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ
 
(บริเวณจุดที่แม่น้ำย่างกุ้งและแม่น้ำพะโคไหลมาบรรจบกัน)
 
ย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในพืนที่ที่เรียกว่า พม่าตอนล่าง (Lower Burma) ริมฝั่งด้านเหนือที่แม่น้ำย่างกุ้งและแม่น้ำพะโคไหลมาบรรจบกัน สภาพภูมิประเทศจึงเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ ภายในเมืองจะมีบึงน้อยใหญ่อยู่มากมาย ทะเลสาบที่มีชื่อคือทะเลสาบอินยา ซึ่งอยู่ตอนบนของตัวเมือง นอกจากนี้ ย่างกุ้งยังมีระบบคูคลองเพื่อระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก ซึ่งเป็นผลมาจากการวางผังเมืองในสมัยที่อังกฤษปกครองเมืองนี้อยู่
 
ย่างกุ้ง อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อน (Tropical monsoon climate) จึงทำให้ย่างกุ้งต้องเผชิญกับฤดูฝนที่ยาวนานถึง 7 เดือน คือตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤศจิกายน และย่างกุ้งยังเคยโดนพายุไซโคลนนากิสเข้าถล่มมาแล้วในช่วงปลายเดือนของเดือนเมษายน พ.ศ.2552 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดของย่างกุ้งและประเทศพม่า ส่วนอุณภูมิของเมืองนั้นร้อนอบอ้าว โดยจะร้อนที่สุดในเดือนเมษายนซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 37 C
 
การคมนาคม
 
สถานีรถไฟกลางย่างกุ้ง
(บริเวณด้านหน้าของสถานีรถไฟกลางย่างกุ้ง)
 
ย่างกุ้ง มีถนนที่ถูกวางผังมาอย่างดี โดยมีการวางถนนเป็นรูปตาราง โดยเฉพาะในย่านดาวน์ทาวน์จะมองเห็นได้อย่างเด่นชัด โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่วงเวียนพระเจดีย์สูเล (คล้ายๆอนุษสาวรีย์ชัยฯ ของบ้านเรา แต่ต่างกันตรงที่วงเวียนแห่งนี้เป็นที่ตั้งของวัดและพระเจดีย์) ซึ่งถนนเหล่านี้เชื่อมต่อโยงใยกันไปรอบตัวเมืองจนถึงเขตชานเมือง นอกจากนี้ย่างกุ้งยังเป็นจุดเริ่มของทางหลวงหมายเลข 1 ซึ่งเชื่อมต่อไปยังสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง และยังเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ทุกส่วนของประเทศพม่า
 
ส่วนระบบขนส่งมวลชนนั้น ย่างกุ้งมีสายเดินรถเมล์มากกว่า 300 สาย โดยจะให้บริการทั้งในเมือง นอกเมือง และจากย่างกุ้งไปยังเมืองอื่นๆ สำหรับชาวต่างชาติการจะขึ้นรถเมล์ในย่างกุ้งอาจะเป็นเรื่องยาก แต่ย่างกุ้งยังมีแท็กซี่ให้บริการอีกด้วย ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีในการเดินทางภายในเมือง ซึ่งมีทั้งคิดตามระยะทาง และแบบเหมาทั้งวัน
 
สำหรับการเดินทางที่แนะนำ และเป็นอันซีนของย่างกุ้งคือ การเดินทางโดยรถไฟ เนื่องจากย่างกุ้งมีเส้นทางรถไฟสายรอบเมือง (Yangon Circular Railway) ที่เหมือนกับกรุงลอนดอน อันเป็นมรดกที่อังกฤษทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า มีจุดเริ่มต้นที่สถานีกลางย่างกุ้ง และวิ่งเป็นวงกลมรอบเมืองย่างกุ้ง ขอบอกว่ารถไฟสายนี้เป็นระบบรางคู่นะครับพี่น้อง โดยจะวิ่งออกจากสถานีกลางย่างกุ้ง 2 สาย คือสายเวียนซ้าย และเวียนขวา นอกจากรถไฟรอบเมืองแล้ว จากสถานีกลางย่างกุ้งยังสามารถต่อรถไฟไปยังเมืองสำคัญๆในพม่าได้อีกด้วย อาทิ หงสาวดี(พะโค), เมาะลำเลิง, กรุงเนปิดอ, มัณฑะเลย์ เป็นต้น
 
ส่วนการเดินทางโดยเครื่องบิน อย่างที่บอกไปแล้วว่า ย่างกุ้ง มีสนามบินประจำเมืองคือ สนามบินนานาชาติย่างกุ้ง หรือสนามบินเม็งกะลาดง ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากสนามบินนานาชาติมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ห่างจากย่านดาวน์ทาวน์ไปทางเหนือเกือบ 20 กม. ซึ่งนับว่าไกลพอสมควร ดังนั้นจึงต้องพึ่งแท็กซี่ในการเดินทางจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองย่างกุ้ง(ใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที) ในขณะนี้มีสายการบินที่บินระหว่างย่างกุ้งกับประเทศไทยอยู่ 5 สายการบิน แบ่งเป็นจากสุวรรณภูมิ 4 สายการบินคือ สายการบินพม่า, สายการบินไทย, แอร์เอเชีย, และบางกอกแอร์เวย์ ส่วนอีกหนึ่งสายการบินคือ แอร์มัณฑะเลย์ ที่มีเที่ยวบินมาจากเชียงใหม่
 
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ