สวัสดีครับ ห่างหายไปเสียนาน(มากๆ) กับการลงเอนทรี่ในบล็อกแห่งนี้ เนื่องจากยุ่งกับหลายๆเรื่องเลยต้องพักการเขียนไปก่อน วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจหลังจากที่ได้ดูบอลโตโยต้าพรีเมียร์คัพ 2012 (แต่แข่งกันปี 2013 นะเออว์) ระหว่างบุรีรัมย์แชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2012 กับนาโงย่าแกรมปัส อดีตแชมป์เจลีก 1 ปี 2010 ที่สื่อเขาพ่วงสกุลให้อย่างสง่างาม แต่ผลงานฤดูกาลล่าสุดในลีกได้ที่ 7 แน่ะ Foot in mouth ผลก็อย่างที่หลายๆคนน่าจะทราบกันดีแล้วคือ บุรีรัมย์ของเราแพ้ไปอย่างสนุก 0-2
 
แต่ที่ผมสนใจคือ ทำไมโตโยต้าเอานาโงย่ามาเตะรายการนี้ ถ้าดูจากฝั่งไทยจะเห็นว่าเขาเอาแชมป์ของตัวเอง (โตโยต้าลีกคัพ) เป็นตัวยืน แต่ทางฝั่งญี่ปุ่นนี่สิ ทีมที่มาล้วนแต่ไม่ใช่ทีมแชมป์อะไรเลยในฤดูกาลนั้นๆ ไล่มาตั้งแต่โชนันเบลแมร์ เวกัลตะเซ็นได และล่าสุดก็นาโงย่าแกรมปัส แต่พอผมเห็นคาดหน้าอกของนาโงย่าว่า "โตโยต้า" ก็เลยสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกันไหม เลยไปหาข้อมูลต่อก็ทำให้รู้ว่านาโงย่าทีมนี้มีรากเหง้ามาจากทีมฟุตบอลโตโยต้า และปัจจุบันหลังจากรีแบรนด์แล้วก็ยังเป็นของกลุ่มบริษัทโตโยต้าอยู่นั่นเอง ก็เลยเป็นที่มาของเอนทรี่นี้ ที่จะไปขุดรากเหง้าของทีมในเจลีกดูว่ามีทีมไหนบ้างที่มีต้นกำเนิดมาจากทีมบริษัท หรือทีมองค์กรตามที่แฟนบอลไทยบ้านเราเรียกกัน
 
 
สำหรับในเอนทรี่นี้ จะมีแค่เฉพาะทีมองค์กรในเจลีก 1 เท่านั้นนะครับ ส่วนจะมีทีมไหนบ้างตามมาดูกันครับ
 
 
 <-
นาโงย่าแกรมปัส ที่พึ่งจะมาเยือนไทยล่าสุดนั้นเดิมคือ โตโยต้ามอเตอร์เอสซี  หรือสโมสรฟุตบอลโตโยต้ามอเตอร์ (Toyota Motor S.C. ; S.C. ย่อมาจาก Soccer Club เพราะที่ญี่ปุ่นเรียกฟุตบอลว่าซอคเกอร์ หรือซัคก้า ตามสำเนียงญี่ปุ่น) ปัจจุบันมีโตโยต้ามอเตอร์คอร์เปอเรชันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านทางนาโงย่าแกรมปัสเอจท์อินซ์ (Nagoya Grampus Eight Inc.) คงไม่ต้องอธิบายนะว่าโตโยต้ามอเตอร์คือบริษัทอาราย Embarassed
 
  <- 
เวกัลตะเซ็นได ที่เคยมาเตะโตโยต้าพรีเมียร์คัพเมื่อปีืี่แล้วและแพ้จุดโทษให้บุรีรัมย์ไปนั้น (ปีนี้ทั้งคู่จะเจอกันอีกใน ACL Wink) เดิมคือ สโมสรฟุตบอลบริษัทไฟฟ้าโทะโฮะกุ (Tohoku Electric Power Co., Inc. Soccer Club) ปัจจุบันมี บริษัทเวกัลตะเซ็นไดจำกัด (Vegalta Sendai CO, LTD) เป็นเจ้าของสโมสร ซึ่งการไฟฟ้าโทะโฮะกุยังเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยสัดส่วน 2.6% โดยมีจังหวัดมิยะงิเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด 24.9%
 
ส่วนข้อมูลของบริษัทไฟฟ้าโทะโฮะกุนั้นเป็นบริษัทไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของญี่ปุ่น ทำการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าในภูมิภาคโทะโฮะกุเป็นส่วนใหญ่ (อยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู) นอกจากนี้ชื่อโทะโฮะกุก็ยังโด่งดังระดับโลกมาแล้วเมื่อครั้งเกิดเหตุแผ่นดินไหวและซึนะมิถล่มในภูมิภาคโทะโฮะกุเมื่อต้นปี พ.ศ.2554
 
 <-  <- ???
โชนันเบลแมร์ เป็นทีมแรกที่มาประเดิมในรายการโตโยต้าพรีเมียร์คัพกับการท่าเรือ โดยแต่เดิม สโมสรนี้คือสโมสรการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โทะวะ (Towa Estate Development S.C.) และภายหลังจากที่โทวะเอสเตทขายสโมสรให้กับฟุจิตะโคเงียว ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ฟุจิตะโคเงียวเอสซี (Fujita Kogyo S.C.) ปัจจุบันสโมสรนี้เป็นของ บริษัทโชนันเบลแมร์จำกัด (Shonan Bellmare Ltd.) และไม่พบความสัมพันธ์ใดๆกับเจ้าของเดิม เนื่องจากโทวะเอสเตทถูกมิตซูบิชิเอสเตทซื้อกิจการไปแล้ว และฟุจิตะโคเงียวที่ปัจจุบันคือ ฟุจิตะคอร์เปอเรชั่น ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างก็ได้ยกเลิกการสนับสนุนทีมนี้ไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 นู่นแล้วแล้ว
 
 <- 
ซันเฟรซเช่ ฮิโระชิมะ แชมป์เจลีก 1 ทีมล่าสุด เดิมนั้นคือ สโมสรฟุตบอลโตโยโคะเงียว (Toyo Kogyo Soccer Club) ก่อนจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น มาสด้าเอสซี (Mazda SC) ตามชื่อบริษัทที่เปลี่ยนจากโตโยโคเงียวมาเป็นบริษัทมาสด้านั่นเอง (คำว่าโคะเงียว แปลว่า อุตสาหกรรม) ปัจจุบันมีบริษัทซันเฟรซเช่ฮิโระชิมะจำกัด (Sanfrecce Hiroshima FC Co., Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร และมีอิดิออน(EDION ; เป็นสปอนเซอร์บนอกเสื้อของทีมด้วย) ซึ่งทำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (16.96%) ส่วนมาสด้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับที่ 2 (16.67%)
 
<-
อุระวะ เรดไดมอนส์ สโมสรที่แฟนบอลไทยส่วนใหญ่รู้จักกันดี เดิมคือ สโมสรฟุตบอลมิตซูบิชิเฮฟวี่อินดรัสตรีส์ (Mitsubishi Heavy Industries S.C.) ปัจจุบันมีมิตซูบิชิมอเตอร์เป็นเจ้าของสโมสรผ่านทางบริษัทอุระวะเรดไดมอนส์จำกัด (URAWA Red Diamonds Co., Ltd.) และก็อีกเช่นเคย เราคงจะรู้จักกับมิตซูบิชิมอร์เตอร์กันดีนะแม้สินค้าเจ้านี้จะไม่ค่อยบูมในไทยก็เถอะ
 
<-
คะชิมะอันท์เลอร์ส คือสโมสรที่ครองแชมป์เจลีก 1 มากที่สุดถึง 7 สมัย แต่เดิมแล้วพวกเขาคือ สโมสรซูมิโตะโมะเมทัลอินดัสตรีส์ (Sumitomo Metal Industries, Ltd. S.C.) ปัจจุบันมีบริษัทสโมสรฟุตบอลคะชิมะอันท์เลอร์ส (Kashima Antlers F.C. Co., Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร โดยทีบริษัทนิปปอนสตีลและซูมิโตะโมะเมทัล (Nippon Steel & Sumitomo Metal Corp) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งบริษัทนี้เกิดจากการควบรวมกันของซูมิโตะโมะเมทัลอินดัสตรีส์กับนิปปอนสตีลเมือเดือนตุลาคมปีที่แล้วนี้เอง (พ.ศ.2555) และคงจะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ คะชิมะอันท์เลอร์ส ฟอร์มตกลงไปนั่นเอง
 
 <-
คะชิวะเรย์โซล แชมป์เจลีกเมื่อฤดูกาลก่อน และน่าจะคุ้นหูคนไทยเพราะเคยเล่นกับบุรีรัมย์มาแล้วในบอล ACL แต่เดิมนั้่นคือ สโมสรฟุตบอลฮิตะชิ (Hitachi, Ltd. Soccer Club) และปัจจุบันฮิตะชิก็ยังคงเป็นเจ้าของสโมสรแห่งนี้อยู่ โดยถือกรรมสิทธิ์ผ่านทางบริษัทฮิตะชิคะชิวะเรย์โซลจำกัด (Hitachi Kashiwa Reysol Co., Ltd.) และก็อีกแล้ว บริษัทนี้ก็คุ้นเคยกับชาวไทยเราดี คงไม่ต้องอธิบายอะไรเนอะ (โลโก้ด้านบน เป็นโลโก้เดิมของฮิตะชินะครับ Cool)
 
<-+ 
มาถึงทีมในเจลีกที่ผมปลื้มกันบ้าง นั่นคือโยโกฮะมะมารีนอส นั่นเอง โดยแต่เดิมสโมสรนี้คือ นิสสันมอเตอร์เอฟซี (Nissan Motors F.C.) ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโยโกฮะมะมารีนอสในยุคเจลีก(พ.ศ.2534) และหลังจากนั้นในปี พ.ศ.2541 ก็ได้รวมสโมสรกันกับโยโกฮะมะฟลูเกลส์ (Yokohama Flügels) ซึ่งเป็นของสายการบินออลนิปปอนส์แอร์เวย์ (All Nippon Airways ; ANA) ซึ่งตัว F. ในชื่อสโมสรก็คือตัวย่อของฟลูเกลส์นั่นเอง ด้วยเหตุนี้แฟนบอลฟลูเกลส่วนนึงที่ไม่พอใจเพราะเห็นว่าสโมสรตัวเองถูกมารีนอสกลืนกินสโมสรไป จึงพากันไปตั้งสโมสรใหม่คือ โยโกฮะมะเอฟซี (Yokohama F.C) ขึ้นมาเพื่อแข่งกับมารีนอสโดยเฉพาะ
 
ปัจจุบันนิสสันมอร์เตอร์ยังคงเป็นเจ้าของสโมสรผ่านทาง บริษัทโยโกฮะมะมารีนอสจำกัด (Yokohama Marinos Ltd.) ซึ่งก็คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มอะไรอีกแล้วครับท่าน
 
 <- 
คะวะซะกิ ฟรอนตาเล ก็เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่แฟนบอลชาวไทยรู้จักกันพอสมควร ซึ่งในอดีตนั้นคือ สโมสรฟุตบอลฟุจิตซึ (Fujitsu F.C.) ปัจจุบันมีบริษัทคะวะซะกิฟรอนตาเลจำกัด (Kawasaki Frontale Co., Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร โดยที่ฟุจิตซึเป็นผุ้ถือหุ้นใหญ่ สำหรับคนไทยนั้น ชื่อของฟุจิตซึอาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างสักเท่าไหร่นัก แต่นี่คือบริษัทไอทีที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากไอบีเอ็ม(IBM) และเฮชพี(HP ; Hewlett-Packard) เลยเชียวล่ะ สินค้าที่พอจะเป็นแมสหน่อยก็คงเป็นพวกโนตบุค กับปรินเตอร์
 
<- 
เอฟซีโตเกียว เป็นทีมจากเมืองหลวงที่ยังยืนหยัดอยู่ได้บนลีกเจ 1 ในปัจจุบัน ส่วนในอดีตนั้นคือ สโมสรฟุตบอลโตเกียวแก๊ส (Tokyo Gas F.C.) ในปี พ.ศ.2541 โตเกียวแก๊สและบริษัทในละแวกมหานครโตเกียวคือ เทปโก้ (TEPCO ; เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ระเบิดไปตอนปี 2554) เอเอ็มพีเอ็ม (ampm) โตเกียวโทรทัศน์ (TV Tokyo) และคัลเจอร์คอนเวเนียนคลับ (Culture Convenience Club ; ร้านให้เช่าหนังสือและวีดีโอรายใหญ่ในญี่ปุ่น) ได้ร่วมทุนกันจดทะเบียนเป็นบริษัทสโมสรฟุตบอลโตเกียวจำกัด (Tokyo Football Club Co., Ltd.) เพื่อทำหน้าที่เป็นเจ้าของสโมสรแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน แต่สัดส่วนผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีเพียงสองรายคือ โตเกียวแก๊ส และเทปโก้
 
สำหรับโตเกียวแก๊สนั้นคือ บริษัทที่จัดจำหน่ายแก๊สหุงต้มให้กับบ้านเรือน อาคาร ห้างร้านต่างๆ (เป็นระบบท่อแก๊สที่ส่งไปตามบ้านเรือน) ในเขตอภิมหานครโตเกียว อันประกอบไปด้วย 1 เขตมหานครโตเกียว และอีก 7 จังหวัดรอบๆมหานครโตเกียวซึ่งมีประชากรรวมกันเกือบ 35 ล้านคน ทำให้โตเกียวแก๊สเป็นบริษัทจัดจำหน่ายแก๊สที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น
 
 <- 
จูบิโลอิวะตะ เป็นอีกหนึ่งทีมจากญี่ปุ่นที่พึ่งจะมาเยือนไทยเมื่อไม่นานมานี้ ในฐานะพันธมิตรลูกหนังของเมืองทองยูไนเต็ด ซึ่งก็แน่นอนล่ะเพราะทีมนี้ถือกำเนิดมาจาก ทีมฟุตบอลของบริษัทยามาฮ่า (Yamaha Motor Corporation Football Team) โดยปัจจุบันยามาฮ่าเป็นเจ้าของสโมสรแต่เพียงผู้เดียวผ่านทาง บริษัทสโมสรฟุตบอลยามาฮ่าจำกัด (Yamaha Football Club Co., Ltd.) ส่วนยามาฮ่านี่ก็ไม่ต้องพูดถึง แว้นบอยอย่างเราๆรู้จักกันดี Kiss
 
<- 
เซเรโซโอซะกะ อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเท่าคู่ปรับร่วมเมืองอย่างกัมบะโอซะกะนัก แต่ก็เป็นสโมสรจากแถบคันไซสโมสรเดียวที่เหลืออยู่ในเจ 1 แถมยังเป็นอีกทีมที่พึงจะมาไทยในฐานะพันธมิตรกับบางกอกกล๊าสอีกด้วย ในอดีตสโมสรนี้คือ สโมสรฟุตบอลยันมาร์ดีเซล (Yanmar Diesel F.C.) ปัจจุบันมีบริษัทสโมสรฟุตบอลโอซะกะจำกัด (Osaka Football Club Co.,Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร และมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 เจ้าคือ ยันมาร์ และบริษัทบรรจุภัณณ์เนื้อสัตว์นิปปอน (Nippon Meat Packers, Inc.) ส่วนยันมาร์นั้นคนไทยวัยเก๋าๆหน่อย หรือเกษตรกรจะรู้จักกันดี เพราะสินค้าของยันมาร์จะเป็นเครื่องยนตร์รถไถเดินตาม รถไถนาใหญ่(แทรกเตอร์) นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
 
 <- 
โอมิยะอาร์ดิยะ เดิมนั้นคือ แผนกฟุตบอลเอ็นทีทีไซตะมะ (NTT Saitama Soccer Selection) ต่อมาจึงพัฒนามาเป็น สโมสรฟุตบอลเอ็นทีทีคันโต (NTT Kantō Soccer Club) ปัจจุบันมี บริษัทเอ็นทีทีคอมมูนิตี้สปอร์ตจำกัด (NTT Sports Community Co.,Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร โดยมีกลุ่มบริษัทเอ็นทีทีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งเอ็นทีทีที่ว่านี้คือ บริษัทโทรเลขและโทรศัพท์นิปปอน (Nippon Telegraph and Telephone Corporation) ซึ่งให้บริการด้านการสื่อสารในประเทศญี่ปุ่น และเป็นบริษัทสื่อสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 
*สำหรับคำว่า นิปปอน นั้นจะแปลว่า ประเทศญี่ปุ่น หรือญี่ปุ่น ใช้ในความหมายที่เป็นทางการมากกว่าคำว่า นิฮง (Nihon) ที่จะใช้เกี่ยวกับเรื่องสามัญทั่วไป*
 
 <-  
แถมให้อีก 1 สโมสรที่คนไทยน่าจะคิดถึง นั่นคือ กัมบะโอะซะกะ ที่พึ่งจะปีกหักร่วงลงไปเจลีก 2 เมื่อฤดูกาลล่าสุดนี้เอง โดยในอดีตนั้นคือ ทีมฟุตบอลบริษัทอุตสาหกรรมอิเล็คทริคมัตซึขิตะ (Matsushita Electric Industrial Co., Ltd. F.T.) ซึ่งบริษัทมัตซึชิตะนี้ ปัจจุบันก็คือพาราโซนิค (Panasonic) ที่เราน่าจะคุ้นเคยกับถ่านพานาโซนิคของค่ายนี้กันบ้างไม่มากก็น้อย ปัจจุบันมีบริษัทกัมบะโอซะกะจำกัด (Gamba Osaka Co., Ltd.) เป็นเจ้าของสโมสร โดยที่มีพานาโซนิคเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 70% และยังมีผู้ร่วมทุนอีก 3 รายคือ บริษัทไฟฟ้าคันไซ (The Kansai Electric Power,Inc) บริษัทโอซะกะแก๊ส (Osaka Gas Co., Ltd.) และบริษัทการรถไฟญี่ปุ่นตะวันตก (West Japan Railway Company) ถือหุ้นเท่ากันเจ้าละ 10%